อุทยานแห่งชาติศรีลานนาขอทวงคืนพื้นที่เพิ่ม ทำเวทีลงพื้นที่บ้านห้วยน้ำฮาก – แม่คนิน ล้มเหลว

เมื่อวานนี้ (19 กันยายน 2559) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เข้าพื้นที่บ้านห้วยน้ำฮากและบ้านแม่คนิน ซึ่งเป็นหย่อมบ้านของ บ้านแม่อ้อใน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เพื่อสำรวจข้อเท็จจริงและตกลงเจรจาขอทวงคืนพื้นที่บางส่วน ตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล

การลงสำรวจข้อเท็จจริงในครั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่และชาวบ้านจากเวทีระดับหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2559 ซึ่งประกอบด้วย นายอำเภอเชียงดาว เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทหาร และชาวบ้าน ซึ่งผลจากเวทีในครั้งนั้น ได้ข้อสรุปว่า

1.ให้มีการลงสำรวจพื้นที่ร่วมกันเพื่อดูสภาพความเป็นจริงรายแปลง

2.ให้มีการตกลงเจรจากันในพื้นที่

3.ชาวบ้านจะคืนพื้นที่บางส่วนที่พอคืนได้

 

 

ผลปรากฏว่า การลงพื้นที่สำรวจแนวเขตดังกล่าว อุทยานแห่งชาติศรีลานนาต้องการขยับแนวเขตเข้าไปในพื้นที่ทำกินของชาวบ้านมากขึ้นจนชาวบ้านรับไม่ได้ จึงมีการเจรจาต่อรองกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ยอมกันและกัน สุดท้ายเจ้าหน้าที่อุทยานจึงแจ้งว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ส่วนกลาง และจะให้ชุดเฉพาะกิจ “พญาเสือ” เข้ามาดำเนินการเอาผิดกับชาวบ้านที่ไม่ให้ความร่วมมือต่อไป ดังนั้นชาวบ้านจึงแยกย้ายกันกลับพร้อมประกาศไม่ยอมรับผลการลงสำรวจพื้นที่ในครั้งนี้

 

 

บ้านห้วยน้ำฮากและบ้านแม่คนิน เป็นหมู่บ้านของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ “ลีซู” ชาวบ้านเล่าว่า “ก่อนย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเราอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งบนยอดดอยสูงซึ่งในหลวงเคยเสด็จและสร้างโรงเรียนให้ด้วย แต่ภายหลังชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่อุทยานอพยพโยกย้ายลงมา ให้มาอยู่ ณ บ้านห้วยน้ำฮากและแม่คนินที่อยู่ในปัจจุบันนี้”

 

 

ชาวบ้านยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “พวกเราอยู่มาก่อนมีการประกาศเขตอุทยาน และเมื่อมีการประกาศเขตฯ พื้นที่ทำกินของชาวบ้านก็ไม่ถูกกันออก” อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงทำมาหากินบนพื้นที่ของตนเรื่อยมา จนกระทั่งมีคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ 64/57 เจ้าหน้าที่อุทยานพร้อมตำรวจ ทหาร อ.ส.อำเภอ นายอำเภอ ได้สนธิกำลังกว่า 200 นาย เข้าพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านตกใจกลัวมาก เจ้าหน้าที่อุทยานบังคับให้ชาวบ้านเซ็นเอกสารพร้อมข่มขู่ว่าถ้าไม่เซ็นจะจับกุมดำเนินคดี ชาวบ้านกลัวจึงยอมเซ็นไปโดยที่อ่านหนังสือไม่ออก ไม่เข้าใจว่าหนังสือที่เซ็นไปคืออะไร ในภายหลังจึงทราบว่าเป็นเอกสารยินยอมคืนพื้นที่ทำกินให้กับอุทยาน จนในที่สุดเกิดการทำหนังสือขอเอกสารที่เซ็นไปคืน แต่ได้คืนมาเพียงบางส่วนเพราะเจ้าหน้าที่อ้างว่าเอกสารหาย

 

 

ชาวบ้านเล่าต่อไปว่า ก่อนเกิดเวทีระดับหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่อุทยานได้เข้ามาในพื้นที่แล้วจับ GPS รายแปลง และตกลงกับชาวบ้านว่าจะคืนข้อมูลให้ชุมชนหนึ่งชุด แต่หลังจากทำข้อมูลเสร็จกลับเงียบหายไป จนชาวบ้านได้ขอให้ทางสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เข้ามาฝึกอบรมการจับ GPS และทำข้อมูลชุมชนขึ้นมาชุดหนึ่ง 

ในภายหลังเมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานจัดทำข้อมูลเสร็จ ก็เอาแผนที่มาให้ชาวบ้านดูและชี้พื้นที่ที่จะทวงคืนจากชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านรับไม่ได้ จึงเกิดการเจรจาต่อรองกันจนมีมติร่วมกันในเวทีประชุมระดับหมู่บ้านดังกล่าวแล้ว แต่ก็มาล้มเหลวในท้ายที่สุด

 

 

 

Online Visitors

user iconToday   :   208

group iconTotal   :   120,982

world iconOnline   :   8