โครงการศึกษาวิจัยเพื่อการปรับปรุงแก้ไขนโยบาย กฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า

รายงานผลการศึกษาวิจัย ฉบับสมบูรณ์

โครงการศึกษาวิจัยเพื่อการปรับปรุงแก้ไขนโยบาย กฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า

โดย สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

การมีที่ทำกินเป็นของตนเองถือเป็นสิทธิพื้นฐานของราษฎรในชนบท ที่จะช่วยให้สามารถทำมาหากินเพื่อดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิศ์ รีความเป็นมนุษย์ได้ แม้รัฐธรรมนูญก็ยังมีเจตนารมณ์ที่จะช่วยให้เกษตรกรทุกคนมีที่ทำกินโดยได้ระบุไว้ในมาตรา 85 (2) ให้กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและดำเนินการให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิห์ รือสิทธิในที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทัว่ ถึง แต่ในทางปฏิบัติรัฐได้ประกาศพื้นที่ที่ยังไม่มีกรรมสิทธิต์ ามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นที่ของรัฐทำให้ราษฎรและชุมชน สูญเสียสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินที่ถือสืบต่อกันมา ที่ดินส่วนหนึ่งที่นำมาจัดสรรให้เกษตรกรยากจน แต่ก็ไม่สามารถช่วยเกษตรกรให้มีความสามารถรักษาที่ดินไว้ได้ เกษตรกรไร้ที่ดินกลับมีจำนวนเพิ่มขึ้น ที่เป็นดังนี้เพราะที่ดินกลายเป็นสินค้าที่กระจุกตัวอยู่ในมือผู้ที่มีทุนทรัพย์แต่มิได้ถือครองใช้ประโยชน์ เกษตรกรรายย่อยจึงถูกเบียดขับออกจากที่ดินด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ปญั หาที่ดินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นการละเมิดสิทธิที่ดินจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเร่งแก้ไขด้วยการศึกษาหาข้อมูล ความรู้ และ ประสบการณ์ที่จะนำไปสู่การแก้ปญั หาทั้งในระดับโครงสร้างอันได้แก่นโยบาย กฎหมาย และในระดับปฏิบัติซึ่งเป็นกรณีพิพาทขัดแย้งกันในชุมชนให้สำเร็จ

 

ที่ดินเป็นฐานทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับชีวิตของชาวชนบท และยังเป็นปจั จัยการผลิตสำคัญที่ช่วยผลิตอาหารเลี้ยงผู้คนทั้งโลก สิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการยังชีพจึงเป็นสิทธิขัน้ พื้นฐานที่สำคัญซึ่งเชื่อมโยงไปสู่สิทธิมนุษยชนด้านอื่น ๆ เช่น สิทธิทางเศรษฐกิจ สิทธิทางสังคมสิทธิทางวัฒนธรรม สิทธิทางการเมือง และสิทธิความเป็นพลเมือง การสูญเสียสิทธิในที่ดินจึงเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่จะนำไปสู่ความเศร้าสลดต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบทเพราะเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียสิทธิด้านอื่น ๆ ไปด้วย เช่น การเข้าไม่ถึงทรัพยากร หรือการเข้าไม่ถึงสวัสดิการของสังคมและสวัสดิการของรัฐในด้านต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดปญั หาความไม่เป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง การช่วยกันคุ้มครองป้องกันการละเมิดสิทธิในที่ดินของประชาชนจึงมีความจำเป็นยิ่งการสูญเสียสิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินเกิดจากเหตุปจั จัยหลายประการ แต่ส่วนสำคัญที่เป็นสาระสำคัญของการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือ ราษฎรไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่หน่วยงานของรัฐและเอกชนใช้อำนาจรัฐทั้งด้วยอำนาจตามกฎหมายที่สุจริตและไม่สุจริตใจ เข้าไปครอบครอง กำหนดเขตหวงห้ามใช้ประโยชน์ และออกเอกสารสิทธิ ์ทับสิทธิชุมชนและราษฎรในท้องถิ่น และขับไล่เขาออกจากที่ดินที่เขาอยู่อาศัยทำกินมาแต่บรรพบุรุษ ที่ดินที่เป็นกรณีพิพาทขัดแย้งมีทัง้ ส่วนที่ดินของรัฐ เช่นที่ดินป่าไม้ ที่ดินราชพัสดุ ที่ดินสาธารณะ ที่ดินจัดสรรตามโครงการปฏิรูปที่ดิน และที่ดินกรรมสิทธิข์ องเอกชนซึ่งรัฐจัดสรรไปให้ อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเด็นการละเมิดสิทธิและได้จัดทำรายงานการตรวจสอบไว้เบื้องต้นแล้ว แต่มีประเด็นทางนโยบายและกฎหมายอยู่มากซึ่งเป็นปญั หาเชิงโครงสร้างอำนาจที่ไม่อาจแก้ไขในระดับปฏิบัติได้ จำเป็นจะต้องศึกษาวิเคราะห์ด้วยมุมมองและวิธีการใหม่ ๆ ให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรมทางนโยบายและกฎหมายที่ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิประชาชนโดยรัฐและเอกชนทัง้ หลายหลักการสำคัญในการศึกษาวิเคราะห์นโยบายกฎหมายที่สงสัยว่าจะมีส่วนทำให้เกิดการละเมิดสิทธิในที่ดินป่าไม้ ได้แก่หลักสิทธิมนุษยชนทัง้ ที่เป็นหลักสากลและหลักการในกฎหมายไทย หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการกำหนดกฎกติกาสังคมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันและหลักธรรมาภิบาลซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติ จึงเชื่อว่าหลักการทั้งสามประการนี้จะนำไปสู่การตอบโจทย์การวิเคราะห์นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิในที่ดินป่าไม้ได้ชัดเจนทางวิชาการและเป็นระบบยิ่งขึ้น

Online Visitors

user iconToday   :   20

group iconTotal   :   126,840

world iconOnline   :   1